การออกแบบสิ่งพิมพ์
posted on 25 Jul 2008 14:38 by plewwai
วิธีการออกแบบสิ่งพิมพ์
จุดประสงค์ขอบงการเรียนรู้
1. เพื่อให้รู้ถึงการสร้างภาพ
2.เพื่อให้รู้ถึงวิธีการร่างงานแบบหยาบ
3.เพื่อให้รู้ถึงวิธีการร่างงานเท่าแบบจริง
4.เพื่อให้รู้ถึงองค์ประกอบของการออกแบบสิ่งพิมพ์
การออกแบบสิ่งพิมพ์
สิ่งพิมพ์ในที่นี้ หมายถึง ใบปลิว โปสเตอร์ รวมทั้งหนังสื่อต่าง ๆ เช่น อนุสารวารสาร ตลอดจนสูจิบัตร ฯลฯ
ระบบการพิมพ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีการพิมพ์ระบบตัวนูน ซึ่งเรียกว่าวิธีพิมพ์เลยเตอร์เพลส (letter press) ถ้าเป็นตัวอักษรจะใช้เรียงตัวต่อกันเป็นบรรทัด ถ้าเป็นภาพจะใช้การกัดกรดบนผิวโลหะให้เป็นภาพที่มีจุดเล็ก ๆ ประกอบกัน วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้วอีกวิธีหนึ่งนิยมใช้กันมาก คือ การพิมพ์ระบบออฟเซต (offset printing) แม่พิมพ์เป็นพื้นราบ ตัวอักษรหรือภาพจะเป็นไขอยู่บนพื้นราบ ไขนี้จะรับหมึกและถ่ายทอดผ่านลูกกลิ้งยางมาสู่กระดาษอีกทอดหนึ่ง ก่อนกลิ้งหมึกจะมีลูกกลิ้งน้ำกลิ้งไปบนแม่พิมพ์ น้ำจะกั้นไม่ให้หมึกพิมพ์ติดส่วนพื้นที่ไม่ต้องการพิมพ์
ในการออกแบบสิ่งพิมพ์ระบบออฟเซต เริ่มต้นด้วยการทำต้นแบบ หรืออาร์ตเวิร์ค (art work) เพื่อใช้ถ่ายทำแม่พิมพ์ (plate) ต้นแบบควรมีความคมชัดทั้งตัวหนังสือและภาพ(ดูภาพ 10.4) ตัวหนังสือนิยมใช้ตัวพิมพ์คอมพิวกราฟิค (compugraphic) เพราะสวยงามกว่าตัวพิมพ์ดีดหรือตัวเรียงพิมพ์ ส่วนภาพจะใช้ภาพถ่ายหรือภาพเขียนก็ได้ การจัดต้นแบบจะนำภาพและตัวหนังสือมาจัดประกอบกันบนกระดาษออกแบบให้สวยงาม เสร็จแล้วนำไปส่งร้านทำแม่พิมพ์ เพื่อถ่ายเป็นฟิล์ม อัดภาพลงบนแผ่นโลหะ และผ่านกรด จึงจะได้เพลทสังกะสีสำหรับใช้พิมพ์ (วิรุณ ตั้งเจริญ. 2527 : 109 – 110)
การออกแบบสิ่งพิมพ์ ควรออกแบบให้สัมพันธ์กับระบบการพิมพ์ ตัวหนังสือควรสัมพันธ์กับภาพ งานออกแบบควรมีความประณีต ทันสมัย และมีคุณค่าทางความงามด้วย
ภาพ 10.4 ต้นฉบับการออกแบบสิ่งพิมพ์ ประกอบด้วยภาพและตัวอักษรที่คมชัด
(วิรุณ ตั้งเจริญ. 2527 : 109)
การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หมายถึง การออกแบบสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีทางด้านอุตสาหกรรม ผลิตจำนวนมาก มีทั้งการผลิตสิ่งใหม่หรือปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่เดิมได้ดีขึ้น
ในการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ควรคำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้ (สาคร คันธโชติ. ม.ป.ป. : 34-35)
1. หน้าที่ใช้สอย (function) ควรออกแบบให้มีหน้าที่ใช้สอยถูกต้องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
2. ความปลอดภัย (safety) การออกแบบต้องคำนึงความปลอดภัยของผู้ใช้ เช่น ไม่มีสารพิษที่อาจจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต
3. ความแข็งแรง (construction) ควรออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีโครงสร้างที่แข็งแรง และคำนึงถึงความประหยัดด้วย
4. ความสะดวกสบายในการใช้ (ergonomics) ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ควรคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมในการใช้งาน เช่น เก้าอี้ ควรรับกับสัดส่วนของคน นั่งแล้วสบาย
5. ความสวยงามน่าใช้ (aesthetics or acales appeal) ควรออกแบบให้มีความประณีตงดงาม ซึ่งทำให้น่าใช้ จูงใจให้ซื้อ
6. ราคาพอสมควร (cost) นักออกแบบควรคำนึงถึงการใช้วัสดุและวิธีการผลิตที่ง่ายและสะดวก ทั้งนี้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีราคาพอควร สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
7. การซ่อมแซมง่าย (ease of maintenance) ควรออกแบบให้แก้ไขซ่อมแซมได้ง่าย
8. วัสดุ (materials) ควรใช้วัสดุให้เหมาะสมกับงาน หาซื้อง่าย ราคาเหมาะสมกับชนิดของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
9. กรรมวิธีการผลิต (production) ควรออกแบบให้ผลิตได้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดวัสดุ ประหยัดค่าแรงและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
10. การขนส่ง (transportation) นักออกแบบที่ดีควรออกแบบให้มีการขนส่งสะดวก ประหยัด กินเนื้อที่ในการขนส่งน้
การสร้างภาพ(Visualizing)
เมื่อได้มีการพิจารณาเลือกสื่อที่จะทำการผลิตเพื่อให้เหมาสมกับเนื้อหาสาระแล้วทำให้การออก
แบบโดยเริ่มต้นการการร่างภาพหยาบๆ ให้เห็นเป็นเค้าโครงจัดวางตำแหน่งของพื้นที่สำหรับใส่เนื้อหา
และภาพเป็นหลักสำหรับส่วนประกอบอื่นๆ เช่น หัวเรื่องใหญ่ หัวเรื่องรอง
คำบรรยายภาพ แผนผัง ตาราง ฯลฯ เมื่อสร้างภาพขึ้นมาแล้วจะดูมีระเบียบรับรู้ได้ง่ายรวด
เร็วและมีความหมาย การสร้างภาพมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาอยู่ 5 ข้อดังนี้
1. กำหนดขนาดของงาน
2. จัดจำนวนคำให้พอเหมาะกับเนื้อที่
3. ตำแหน่งภาพและแผนผังต่างๆ
4. ลักษณะของรูปภาพและตัวพิมพ์
5. กำหนดการใช้สี
การร่างงานแบบหยาบๆ (Rough Sketch)
การสร้างภาพต้องเริ่มด้วยการร่างหยาบหรือรัฟสเกตช์ (Rough Sketch) ซึ่งเป็นจุดเริ่มออกแบบ
การร่างหยาบๆ หมายถึงการนำเอาเนื้อหาที่กำหนดมาเขียนและวาดลงกระดาษอย่างรวดเร็วและ
ไม่ประณีตมากนัก พอให้มองเห็นว่าเป็นเรื่องอะไรมีเนื้อหามากเท่าไร ภาพอยู่ตรงไหน ดูสมดุลและ
ดูง่ายหรือไม่ การร่างหยาบๆ ทำให้ผู้ออกแบบได้ใช้ความคิดการสร้างงานขึ้นมาหลายแบบ สะดวกในการ
เปลี่ยนแปลงหลายรูปแบบ และคัดเลือกงานที่ดีที่สุดมาใช้ จะเห็นได้ว่ามีข้อน่าสังเกตในการร่างแบบ 3 ประการคือ
1. เนื้อหาสาระที่สำคัญคืออะไร
2. สิ่งที่ควรเน้นอยู่ตรงไหน
3. รูปแบบการจัดมีลักษณะอย่างไร
การร่างแบบหยาบนี้ควรทำขึ้นหลายๆ แบบ เมื่อได้ร่างแบบใดแบบหนึ่งเป็นหลักแล้วพยายามหา
ที่แตกต่างออกไปอีกหลายแบบเพื่อเลือกภาพที่พอใจมากที่สุด การลงมือร่างแบบให้เขียนขึ้นมาหลายแบบ
เปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจนกว่าจะได้แบบที่พอใจ การแก้ใขเปลี่ยนแปลงแบบงานพิมพ์มีสิ่งที่ต้องพิจารณาดังนี้ คือ
1. รูปร่างตัวพิมพ์
2. ขนาดตัวพิมพ์
3. ช่องไฟระหว่างตัวอักษร
4. ช่องไฟระหว่างคำ
5. ช่องไฟระหว่างบรรทัด
6. การวางตำแหน่งข้อความ
7. การจัดบรรทัด
8. การจัดลำดับความสำคัญของสาระ
9. ความสอดคล้องกลมกลืนกับเนื้อหา
การร่างงานเทาแบบจริง
การออกแบบต้องเริ่มต้น
องค์ประกอบของการออกแบบสิ่งพิมพ์ผู้ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์จะต้องทราบว่าควรใส่สิ่งใดลง
ไปในเนื้อหาที่บนกระดาษจนมองเห็นรูปร่างเมื่องานเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเป็นการนำเอาองค์ประกอบของ
งานออกแบบมาใช้ในการออกแบบเพื่อให้งานออกแบบมาสมบูรณ์สวยงาม
ใช้เป็นสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์ประกอบที่ต้องคำนึงถึงมีดังนี้ต่อไปนี้ คือ
1. วัสดุที่ใช้พิมพ์
2. แบบและขนาดตัวพิมพ์
3. วิธีการผลิต
4. การจัดช่องไฟ
5. การจัดแนวตัวพิมพ์
6. ความกว้างของตัวพิมพ์ที่เหมาะสมกับแถว บรรทัดหรือคอลัมน์
7. การกะต้นฉบับให้เข้ากับเนื้อที่
8. ที่ว่างสำหรับหัวเรื่อง เนื้อเรื่องและภาพ
9. กำหนดแถวตัวพิมพ์
10. การใช้เส้นและกรอบ
องค์ประกอบของการออกแบบสิ่งพิมพ์
ผู้ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์จะต้องทราบว่าควรใส่สิ่งใดลงไปในเนื้อหาที่บนกระดาษจนมองเห็นรูปร่าง
เมื่องานเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเป็นการนำเอาองค์ประกอบของงานออกแบบมาใช้ในการออกแบบเพื่อให้งาน
ออกแบบมาสมบูรณ์สวยงาม ใช้เป็นสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์ประกอบที่ต้องคำนึงถึงมีดังนี้ต่อไปนี้ คือ
1. วัสดุที่ใช้พิมพ์
2. แบบและขนาดตัวพิมพ์
3. วิธีการผลิต
4. การจัดช่องไฟ
5. การจัดแนวตัวพิมพ์
6. ความกว้างของตัวพิมพ์ที่เหมาะสมกับแถว บรรทัดหรือคอลัมน์
7. การกะต้นฉบับให้เข้ากับเนื้อที่
8. ที่ว่างสำหรับหัวเรื่อง เนื้อเรื่องและภาพ
9. กำหนดแถวตัวพิมพ์
10. การใช้เส้นและกรอบ
11. ภาพประกอบ
12. การใช้สี
ที่มา http://www.rbru.ac.th/courseware/human/2641602/lesson10/lesson10.2.html
http://www.geocities.com/vilaiporn_narak/to5.htm
edit @ 25 Jul 2008 16:12:45 by plewwaiyohoo.hi5.com